โรงเรียนวัดพังสิงห์

หมู่ที่ 2 บ้านพังสิงห์ ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 80290

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

-

ไข้ สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสใดบ้าง

ไข้

ไข้ สาเหตุของไข้เกิดจากอะไร ไข้เกิดจากตัวกระตุ้นความร้อนที่ทำหน้าที่ในร่างกาย ซึ่งนำไปสู่การผลิตสารไพโรเจนภายนอก โดยรวมอยู่ในสมองและทำหน้าที่ในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นไข้ ตัวกระตุ้นไข้ทั่วไปคือ สารไพโรเจนภายนอกจากภายนอกได้แก่ แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา สไปโรเชต พลาสโมเดียมและอื่นๆ

อาการจากร่างกาย คอมเพล็กซ์แอนติเจน แอนติบอดี สเตียรอยด์ สารไพโรเจนภายนอกมาจากเซลล์ที่ผลิตสารในร่างกาย และประเภทหลักคือ ไซโตไคน์ 1 โปรตีนขนาดเล็ก อินเตอร์เฟียรอน อินเตอร์ลิวคิน 6 และอื่นๆ เมื่อทำการวินิจฉัยโรค สามารถทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ส่งผลให้มีการผลิตสื่อควบคุมเชิงบวกและเชิงลบ

การวินิจฉัยสาเหตุของไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นปัญหาทั่วโลกเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ของกรณี ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ ไข้นั้นเกิดได้จากหลายโรคเช่น การติดเชื้อ เนื้องอก โรคภูมิต้านตนเอง และโรคทางโลหิตวิทยา ซึ่งไม่สามารถจำแนกได้อย่างชัดเจน ในอดีต ผู้ป่วยดังกล่าวมักจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ แต่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่มีแผนกย่อยที่ละเอียดกว่า ส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาโดยแพทย์ระบบทางเดินหายใจ

สาเหตุของไข้ต่อเนื่อง เกิดจากโรคติดเชื้อเกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส การติดเชื้อโปรโตซัว เพราะเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดเช่น ไข้หวัด ปอดบวม หลอดลมอักเสบ มาลาเรียเป็นต้น โรคไม่ติดต่อ ได้แก่ โรคลมแดด เนื้องอก โรคภูมิคุ้มกันเช่น โรคลูปัส โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรครูมาตอยด์เป็นต้น

ไข้เป็นเพราะระบบแลกเปลี่ยนพลังงานในร่างกายไม่ทำงาน แม้ว่าร่างกายจะร้อนมาก แต่ยังรู้สึกหนาวมาก ดังนั้นก่อนอื่นควรทำให้ร่างกายเย็นลง สามารถทาน้ำเย็นที่ศีรษะเพื่อป้องกันอุณหภูมิที่สูงเกิน โดยไปเลี้ยงสมองและเส้นประสาท โดยทั่วไป เช็ดด้วยน้ำเย็นที่ร่างกายเพื่อให้ผู้ป่วยคลายร้อน หลังจากนั้น ให้ดื่มน้ำน้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลกลูโคสในปริมาณมาก

เพราะกลูโคสเป็นสารพื้นฐานที่สุด ของการเผาผลาญของมนุษย์ มันถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว สามารถเติมพลังงานให้กับร่างกายได้ในเวลาอันสั้น แล้วห่มผ้าจากนั้นเหงื่อจพออก เพื่อให้สารพิษและของเสียจากการเผาผลาญในร่างกายถูกขับออกทางเหงื่อ ซึ่งจะช่วยลดไข้ หลังจากไข้ลดลง ร่างกายของผู้ป่วยก็อ่อนแอมาก

ดังนั้น ควรระวังการเป็นหวัดอีกครั้ง ถ้ายังไม่หายหรือมีไข้ขึ้นอีก ควรปรึกษาแพทย์ การรักษาอาจเกิดจากเชื้อไวรัส เมื่อร่างกายมนุษย์อยู่ที่ 40 องศา จะเกิดการเสื่อมของโปรตีน ดังนั้น ควรรักษาโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะทำลายสมอง และเส้นประสาท ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบหรือปอดบวม หรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ

มาตรการดูแลไข้ หากมีไข้ให้ดื่มน้ำอุ่น 6 หรือ 70 องศา ควรดื่มช้าๆ จนเหงื่อออก อาการไข้โดยทั่วไปจะหายไป หากมีไข้ต้องใส่ใจในการดูแลตัวเอง ไข้โดยทั่วไปทำให้หิวกระหาย สามารถกินผลไม้ได้ ผลไม้เหล่านี้ดีมีส่วนช่วยในการทำให้ไข้ลดลง เมื่อมีไข้ให้กินแอปเปิ้ล กล้วย แห้ว สตรอเบอร์รี่ ลูกแพร์และผลไม้อื่นๆ เพราะเอื้อต่อการขับเหงื่อและปัสสาวะ สามารถส่งเสริมการขับสารพิษ ซึ่งเอื้อต่อการฟื้นตัวของโรค ควรสังเกตว่า อย่ากินอาหารเย็นๆ ในช่วงเป็นไข้

แอปเปิ้ลมีผลในการควบคุมลำไส้ ซึ่งมีประโยชน์มาก สำหรับขับปัสสาวะและเมื่อยล้า กล้วยกินได้เมื่อลูกเป็น”ไข้” สามารถเพิ่มรสชาติ และความชื้นของเด็กได้ ผลหลักคือ เป็นยาระบาย เกาลัดน้ำ สามารถปรับปรุงสายตา ช่วยรักษาริดสีดวงทวาร และเลือดที่ออกในอุจจาระ ช่วยป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และความดันโลหิตสูง สามารถช่วยในการรักษาอาการไอเรื้อรัง และเสมหะได้

สตรอเบอรี่ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว แถมยังช่วยลดความร้อนในร่างกายได้ดีอีกด้วย แพทย์เชื่อว่า การกินสตรอเบอร์รี่สามารถบรรเทาความร้อน ดับร้อน บรรเทาไข้ ลูกแพร์ มีหน้าที่ในการล้างความร้อนและผลิตของเหลว ให้ความชุ่มชื้นแก่ปอด และแก้เสมหะ มักใช้สำหรับไข้และของเหลวในร่างกาย โพลิดิปเซียและกระหายน้ำ ไอร้อน ไอแห้ง โรคหอบหืดและภาวะขาดเสียง

วิธีลดไข้ในเด็ก เช็ดด้วยน้ำอุ่นหรืออาบน้ำอุ่น เช็ดศีรษะ รักแร้ แขนขาของเด็กด้วยผ้าขนหนูเปียกอุ่นๆ หรืออาบน้ำอุ่น ขัดผิวให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการกระจายความร้อน การแช่เท้าสามารถส่งเสริมการไหลเวียนโลหิต บรรเทาความรู้สึกไม่สบา ย ทำให้อุณหภูมิร่างกายของทารกเย็นลง ในเวลาเดียวกัน สามารถใช้อ่างแช่เท้าหรือถังขนาดเล็ก เพื่อแช่เท้าได้ เทน้ำ 2 ส่วน 3 ของอ่าง

อุณหภูมิของน้ำควรสูงกว่าปกติเล็กน้อย และอุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 40 องศา ทารกสามารถปรับให้เข้ากับมาตรฐาน เมื่อแช่เท้า แม่จะถูเท้าเล็กๆ สองข้างของทารก ซึ่งไม่เพียงแต่ขยายหลอดเลือด แต่ยังบรรเทาอาการไม่สบายที่เกิดจากไข้อีกด้วย หมอนน้ำแข็งที่หัว สามารถใส่ก้อนน้ำแข็งขนาดเล็ก และน้ำปริมาณเล็กน้อยลงในถุงน้ำแข็งครึ่งหนึ่ง เพื่อไล่อากาศในถุง กดปากถุงให้แน่น และวางบนหมอนเมื่อไม่มีน้ำรั่ว

สามารถใช้ผ้าขนหนูเปียกเช็ดแขนขาของทารก หรือใช้ผ้าเปียกเช็ดหน้าผาก เพื่อช่วยลดไข้ ยาลดไข้ มักเลือกใช้แผ่นแปะลดไข้ เหน็บลดไข้ หรือยารับประทานหรือแบบเม็ด สำหรับทารกอายุก่อน 1 ขวบ ควรใช้หยดเพราะความเข้มข้นของยาหยดน้อย และระคายเคืองน้อย

 

บทความอื่นที่น่าสนใจ   ➠  วินโดวส์ การลบไฟล์ขยะมีประโยชน์อย่างไร